บิทคอยน์อัพเดทข่าวสารทุกวันไม่ให้คุณพลาดข่าวบิทคอยน์

เงินแห่งอนาคต บิทคอยน์ หรือเงินสกุลดิจิตอล

เงินแห่งอนาคต

เงินแห่งอนาคต บิทคอยน์ หรือเงินสกุลดิจิตอล

เงิน บิทคอยน์ หรือเงินสกุลดิจิตอล กลายเป็นเรื่องฮือฮาในสังคมไทยมาไม่นานนี้ แต่กระแส ขุด บิทคอยน์ หรือการหารายได้จากเงินบิทคอยน์ที่ค่าเงินพุ่งทะยานอย่างรวดเร็ว เป็นสิ่งที่หลายคนให้ความสนใจ และต้องการเข้าไปเป็นผู้เล่นใน ตลาดเงินชนิดนี้ เพิ่มขึ้น จากที่เปิดตัวในปี 2010 มีมูลค่า 1 บิทคอยน์เท่ากับ6 เซนต์ ปัจจุบันมีมูลค่าแตะถึง 1 บิทคอยน์ เท่ากับ 15,000 ดอลลาร์แล้ว

ทั้งนี้ บิทคอยน์เป็นหนึ่งในสกุลเงินดิจิตอล ที่เรียกว่า Cryptocurrency ซึ่งมีอยู่หลายร้อยชนิด แต่บิทคอยน์ เป็นชนิดที่ได้รับความนิยมมากสุด เอกลักษณ์สำคัญของบิทคอยน์คือ ไม่มีสถาบันการเงินมาควบคุม ดังนั้นข้อมูลระหว่างผู้จ่าย ผู้รับเงินจึงถูกเก็บเป็นความลับ

แต่บิทคอยน์ก็มีความผันผวนมหาศาล คือสิ่งที่ ผศ.ดร.อนิรุต พิเสฏฐศลาศัย จากภาควิชาการธนาคารและการเงิน คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยกล่าวไว้ถึงเอกลักษณ์อีกประการของเงินชนิดนี้อาจารย์อนิรุตระบุว่า ปัจจุบันมีหน่วยงานหลายแห่งในประเทศต่างๆ

รับบิทคอยน์เป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยน มากขึ้น บาคาร่า บิทคอยน์จึงนับว่าเป็นเงินชนิดหนึ่งที่ใช้ซื้อขายของได้จริง แต่ถ้าถามว่าจะขึ้นมาเป็นเงินอีกสกุลหนึ่งแทนเงินสกุลใหญ่ๆ ในโลกนี้ได้ไหมคงตอบว่าไม่น่าจะเป็นไปได้ เพราะบิทคอยน์มีจำนวนจำกัด สืบเนื่องจากความตั้งใจของผู้คิดค้นระบบนี้

จากการคำนวณมูลค่าทางการตลาดแล้ว บิทคอยน์ ราคาปัจจุบันที่ 16,000 ดอลลาร์ มีมูลค่าทางการตลาดทั้งหมด 0.28 ล้านล้านดอลลาร์ หรือราว 9 ล้านล้านบาทฟังดูเยอะแต่มูลค่านี้มีค่าเท่ากับครึ่งหนึ่งของมูลค่าตลาดหุ้นไทย บิทคอยน์ไม่ใช่สินทรัพย์ที่มีขนาดใหญ่

ขณะที่ความตั้งใจของผู้สร้างบิทคอยน์ คือการสร้าง เงินที่ธนาคารกลางควบคุมไม่ได้ ซึ่งอาจารย์อนิรุธ เชื่อว่า เหตุผลสำคัญคือวิกฤติการณ์ทางเศรษฐกิจในสหรัฐฯ และยุโรปเมื่อปี 2008 ที่ทำให้ธนาคารกลางของประเทศต้องใช้มาตรการ Q.E. Quantitative Easing หรือการอัดฉีดเงินเข้าไปในระบบ ไม่ยุติธรรมกับประเทศเล็กๆ ประเทศอื่น

เงินแห่งอนาคต บิทคอยน์ หรือเงินสกุลดิจิตอล

 

การจำกัดขนาดของตลาดบิทคอยน์ซึ่งจำกัดไว้ที่ 21 ล้านเหรียญบิทคอยน์ เป็นการควบคุมรูปแบบหนึ่งไม่ให้ตลาดบิดเบือน มีเงินเพิ่มในระบบได้ตลอด แต่ก็มิใช่ว่าจะไม่มีความเสี่ยง ความกังวลอย่างหนึ่งที่มีหลายคนพูดกันว่าบิทคอยน์ จะเกิดฟองสบู่ไหมแล้วจะแตกไหม ผมมองว่าถึงแตกก็ไม่กระทบกระเทือนเศรษฐกิจโดยรวมเท่าไหร่ คนที่เจ็บตัวไม่เยอะ เพราะร้อยละ 40 ของบิทคอยน์อยู่ในมือบริษัทรับขุดกว่า 100 รายทั่วโลก สถาบันการเงินที่ถือบิทคอยน์ก็มีน้อย

อาจารย์อนิรุตระบุว่าข้อวิตก หรือสิ่งที่ควรระวังเกี่ยวกับบิทคอยน์คือความผันผวน มีกรณีมูลค่าขึ้นลงในหนึ่งวันเปลี่ยนแปลงมากกว่าพันดอลลาร์ นอกจากนี้ยังมีความวิตกกังวลในเรื่องระบบรักษาความปลอดภัยของเงิน เพราะเคยมีกรณีบริษัทขุดบิทคอยน์ในเกาหลีใต้ต้องเจ๊งเพราะโดนแฮกระบบ

รวมถึงความเสี่ยงในการทำธุรกรรมผิดกฎหมาย เพราะบิทคอยน์ตรวจสอบไม่ได้จึงถูกใช้ในธุรกิจฟอกเงิน หรือการทำธุรกิจค้าขายของผิดกฎหมาย ก็เป็นอีกประเด็นที่ควรนำมาเป็นข้อพิจารณาเอกลักษณ์สำคัญของบิทคอยน์ คือ ไม่มีสถาบันการเงินมาควบคุม ดังนั้นข้อมูลระหว่างผู้จ่าย ผู้รับเงินจึงถูกเก็บเป็นความลับ

ถ้ามองเป็นกลาง บิทคอยน์เองก็เป็นเหมือน Alternative Asset ทางเลือกในการลงทุนรูปแบบหนึ่ง เพียงแต่มันไม่ใช่การลงทุนของสถาบันทั่วไป มีบ้างที่ Hedge Fund กองทุนบริการความเสี่ยง บางแห่งไปลงทุนในบิทคอยน์ แต่ไม่ใช่กับกองทุนหรือพันธบัตรแน่ๆ

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.chula.ac.th

เงินยุคดิจิทัล สำหรับโลกออนไลน์ บิทคอยน์ (Bitcoin)

เงินยุคดิจิทัล

เงินยุคดิจิทัล สำหรับโลกออนไลน์ บิทคอยน์ (Bitcoin)

คุณรู้จักกับคำว่า บิทคอยน์ มากพอหรือไม่ แล้วทำไมต้องใช้แทนที่เงินสกุลต่าง ๆ เหมือนที่เคยใช้มา นั่นเพราะว่าการใช้สกุลเงินมีข้อจำกัดในเรื่องค่าเงินที่ไม่เท่ากันกัน ต้องผ่านมาตรการขั้นตอนธนาคาร อาจจะดูยุ่งยากและล่าช้ามากกว่า  บาคาร่า จึงมีการคิดค้นสกุลเงินที่ไม่ต้องผ่านธนาคาร

แม้แต่ธนาคารโลกก็ตามขึ้นมาแทนที่ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับการตลาดออนไลน์นั่นเอง เพียงแค่ใช้งานผ่านทางเครื่องคอมพิวเตอร์และสมาร์ทโฟนในมือคุณเท่านั้น

แต่คุณก็ยังกังวลเรื่องความเสี่ยงที่ว่า จะสามารถใช้ได้เสมือน เงินตราทั่วไป หรือไม่ ความกังวลเหล่านี้จะหมดไป ถ้าคุณมี บล็อกเชน (blockchain) ที่ใช้เก็บข้อมูลที่มีคุณภาพน่าเชื่อถือ นักขุด (miner) อื่น ๆ ที่คอยหาผลประโยชน์โดยการโกงหรือดัดแปลงบล็อกเชนของคุณ โดยทีมงานที่สามารถรักษาสมุดบัญชีต้องมีความน่าเชื่อถือสูง จากวิธีการสร้างรหัสให้ยากต่อการละเมิดเข้ามาได้นั่นเอง

ประโยชน์ของบิทคอยน์ที่คุณจะได้อย่างแน่นอนสำหรับการทำธุรกิจออนไลน์
ผลิตภัณฑ์สินค้าสามารถเป็นที่รู้จักได้อย่างแพร่หลายบนโลกออนไลน์ ได้รับความนิยมสูง เพราะบิทคอยน์ มีความเป็นกลาง ใช้ได้เสมอเท่าเทียมกันทุกประเทศ ทำธุรกรรมสะดวกทั้งภายในประเทศและภายนอกประเทศ ค่าธรรมเนียมไม่สูงหรือไม่มีเลย

มีความรวดเร็ว เพราะไม่ต้องมีตัวกลางเหมือนสกุลเงินทั่วไปที่ต้องเทียบค่าเงินกับธนาคารและการตลาดโลก
ไม่จำเป็นต้องใช้เอกสาร เพียงแค่ทำการ download Bitcoin wallet เท่านั้นและใช้เวลาไม่นาน บัญชีจะสร้างขึ้นมาโดยอัตโนมัติ เรียกว่า Bitcoin address ไม่ต้องมานั่งหัวเสียกับการเตรียมและหาเอกสาร แม้แต่การนั่งรอคิวทั้งวันในธนาคารก็ไม่จำเป็นอีกต่อไป

เงินยุคดิจิทัล สำหรับโลกออนไลน์ บิทคอยน์ (Bitcoin)

ได้กำไรจากการขายผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ทางออนไลน์อย่างคุ้มค่าแน่นอน เพราะไม่ต้องมีค่าเดินทาง ค่าน้ำมัน และค่าอื่น ๆ ซึ่งถือเป็นต้นทุนทั้งนั้น คุณสามารถตัดค่าใช้จ่ายเหล่านี้ได้อีกเยอะทีเดียว

ทำธุรกรรมโดยบิทคอยน์ อย่างไรไม่ให้เกิดความเสี่ยง และประสบความสำเร็จตามเป้าหมายที่วางไว้
ควรมีความเข้าใจกระบวนการซื้อบิทคอยน์ เป็นอย่างดี มีความเชี่ยวชาญและรู้จริง แต่สำหรับคนทั่วไปที่ไม่เข้าใจกระบวนการดาวน์โหลดฐานข้อมูลและการสร้าง Bitcoin Wallet

รวมถึงการตรวจสอบว่าได้ซื้อเงินสำเร็จจริงหรือไม่อย่างไร อาจจะอยู่ในความเสี่ยงต่อการถูกโกง เพราะไม่สามารถเรียกคืนได้เมื่อเสียไปแล้ว ควรให้ผู้ที่มีความชำนาญจริง ๆและไว้วางใจได้ทำแทนจะดีกว่า

เพราะว่าเป็นสกุลเงินที่มีความเป็นกลาง ทุกคน ทุกที่ ทุกเวลา สามารถหยิบมาใช้ หรือรู้จักกันในคำว่า ขุดมาใช้ ได้ง่ายและสะดวก ต้องระวังผู้ขุดหรือ miner รายอื่นซึ่งไม่ประสงค์ดีเข้ามาขโมยบิทคอยน์ ไป หายไปแล้วกู้คืนไม่ได้เหมือนข้อมูลอื่น ๆ เสียด้วยสิ การตั้งค่ารหัสป้องกันต้องทำโดยผู้รู้และมีประสบการณ์ด้านการรักษาที่น่าเชื่อถือเท่านั้นแล้วจะไม่ต้องรับความเสี่ยง

บิทคอยน์ (Bitcoin) เป็นสกุลเงินที่โลกออนไลน์ต้องทำความรู้จักและให้ความสนใจมากขึ้น เพื่อสามารถสร้างโอกาสในทางธุรกิจออนไลน์ให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายตามรูปแบบการใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่สมัยไฮเทคโนโลยีเช่นปัจจุบันนี้และในอนาคตต่อไป เพียงแต่ต้องอาศัยการทำงานแบบมืออาชีพ รู้รอบ รู้จริง เรื่องสกุลเงินดิจิทัลอย่าง บิทคอยน์ เท่านั้น รับรองว่าจะก้าวพ้นทุกความเสี่ยงที่คุณกำลังกังวลอยู่ได้อย่างแน่นอน

ขอบคุณแหล่งที่มา https://เขียนบทความ.com

ปัจจัยบิทคอยน์ ที่นักลงทุนทองไม่ควรมองข้าม

ปัจจัยบิทคอยน์

ปัจจัยบิทคอยน์ ที่นักลงทุนทองไม่ควรมองข้าม

บิทคอยน์ได้กลายเป็นสินทรัพย์หนึ่งที่นักลงทุนทองคำไม่ควรมองข้ามเสียแล้ว ไม่ใช่เพราะบิทคอยน์จะมาแทนที่คุณสมบัติในการป้องกัน ความเสี่ยง แต่ต้องจับตาในอนาคตหากตลาดสกุลเงินดิจิตอลโดยเฉพาะบิตคอยน์เติบโตขึ้นเรื่อยๆอาจเป็นปัจจัยที่ส่งผลกดดันแรงซื้อเก็งกำไรในตลาดทองคำได้

YLG เคยกล่าวถึงบิทคอยน์มาแล้วครั้งหนึ่ง โดยบิทคอยน์คือหนึ่งในสกุลเงินดิจิตอล(cryptocurrencies) ที่ได้รับความนิยมสูงที่สุดและครองส่วนแบ่งการตลาดมากกว่า 50% อ้างอิงจากข้อมูลของ Coinmarketcap ตลอดปีที่ผ่านมาบิทคอยน์พุ่งขึ้นจากมูลค่าไม่ถึง 1,000 ดอลลาร์ในช่วงต้นปีนี้จนกระทั่งล่าสุด ณ วันที่ 7 ธ.ค.บิทคอยน์พุ่งขึ้นทำระดับสูงสุดใหม่ที่ระดับ 14,000 ดอลลาร์

หากเรามาลองพิจารณา Market Cap ของสกุลเงินดิจิตอลทุกสกุลเงินทั่วโลกตามรายงานของ Coinmarketcap ณ วันที่ 7 ธ.ค. 2017 จะพบว่า Market Cap บิทคอยน์อยู่ที่ 2.41 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ทองคำนั้นตามรายงานจาก Thompson Reuters GFMS ประจำปี 2013

เชื่อกันว่าบนโลกนี้มีทองคำจำนวน 171,300 ตันทั้งที่ขุดแล้วและยังคงอยู่ใต้พื้นดิน ดังนั้นหากคำนวณมูลค่าจากราคาทองคำต่อออนซ์ ณ วันที่ 7 ธ.ค. 2017 เช่นเดียวกันจึงทำให้ประมาณการได้ว่า Market Cap ของทองคำทั่วโลกในปัจจุบันคิดเป็นประมาณ 7 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งถือได้ว่า Market Cap ของบิทคอยน์จะยังคงต่ำกว่าทองคำราว 30 เท่า

ถึงแม้บิทคอยน์จะพุ่งขึ้นแรง แต่นักลงทุนทั่วโลกต่างก็เสียงแตกเกี่ยวกับความเห็นต่อบิทคอยน์ โดยผู้เชี่ยวชาญในแวดวงการลงทุนหลายคนต่างออกมาเตือนเหล่านักลงทุนที่ลงทุนในบิทคอยน์ อาทิ ปู่ Warren Buffett เรียกบิทคอยน์ว่า real bubble ด้านนักเศรษฐศาสตร์ที่ได้รับรางวัลโนเบลอย่าง Joseph Stiglitz กล่าวว่า “บิทคอยน์ประสบความสำเร็จได้ เนื่องจากไม่สามารถตรวจสอบได้และไม่มีการกำกับดูแลและควรถูกใช้ในเรื่องผิดกฎหมาย

ส่วนนายเจมี ไดมอน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารเจพีมอร์แกน บาคาร่า ออกมาเตือนว่า ฟองสบู่บิตคอยน์ หรือ สกุลเงินดิจิตอลจะแตกในที่สุด และจะต้องปิดตัวลง เนื่องจากเป็นสกุลเงินที่อุปโลกขึ้นเท่านั้น และกล่าวอีกว่าสิ่งที่เกิดขึันในขณะนี้เลวร้ายกว่า การตื่นหัวทิวลิป ที่เคยเกิดขึ้นในศตวรรษที่ 17 ซี่งนับเป็นภาวะฟองสบู่แตกครั้งแรกในประวัติศาสตร์โลก ส่วน Jeff Christian

กรรมการผู้จัดการของกลุ่ม CPM ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านโลหะมีค่า เคยออกมาเตือนนักลงทุนว่าบิทคอยน์ไม่ใช่สินทรัพย์ปลอดภัยและไม่ใช่สินทรัพย์ที่จับต้องได้ และมองว่าสกุลเงินดิจิตอล (cryptocurrency) ไม่ได้มีอะไรมากไปกว่าการเก็งกำไร

ปัจจัยบิทคอยน์ ที่นักลงทุนทองไม่ควรมองข้าม

 

อย่างไรก็ตามนักลงทุนหลายคนก็ออกมาสนับสนุนบิทคอยน์เช่นกัน อาทิ มหาเศรษฐี Peter Thiel ผู้ร่วมก่อตั้ง PAYPAL และ VENTURE CAPITALIST กล่าวว่า ผู้คนกำลังประเมินบิทคอยน์ต่ำเกินไปและเขามองว่าบิทคอยน์คล้ายคลึงกับทองคำ นอกจากนี้ธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ)

ยอมรับบิทคอยน์ในฐานะเงินที่สามารถใช้ชำระหนี้ได้ตามกฎหมาย และอนุมัติบริษัทบางแห่งให้เป็นผู้ประกอบการตลาดสกุลเงินดิจิตอลเช่นกัน ขณะที่ล่าสุด CBOE Global Markets Inc จะเริ่มทำการซื้อขายสัญญาบิตคอยน์ในวันที่ 10 ธ.ค. CME จะเริ่มทำการซื้อขายสัญญาบิตคอยน์ในวันที่ 18 ธ.ค. ขณะเดียวกัน Nasdaq Inc ก็มีแผนที่จะเปิดการซื้อขายสัญญาบิตคอยน์ในปีหน้าเช่นกัน

ถึงแม้ในขณะนี้ บิทคอยน์จะยังไม่สามารถมาแทนที่ทองคำในด้านของคุณสมบัติในการป้องกันความเสี่ยงหรือการเป็นเครื่องรักษามูลค่าได้ แต่ต้องยอมรับว่าตลาดบิทคอยน์เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วจากช่วงต้นปีที่ Market Cap บิทคอยน์ต่ำกว่าทองคำถึง 300 เท่า

ดังนั้นการเติบโตของตลาดสกุลเงินดิจิตอล(cryptocurrencies) โดยเฉพาะบิทคอยน์อาจจะส่งผลต่อตลาดทองคำในแง่ของการลดทอนศักยภาพในการซื้อของนักลงทุนไปจากทองคำ และถือเป็นอีกปัจจัยที่นักลงทุนทองคำจะต้องจับตามองในระยะต่อไป เพราะหากตลาดสกุลเงินดิจิตอลโดยเฉพาะบิตคอยน์เติบโตขึ้นเรื่อยๆอาจเป็นปัจจัยที่ส่งผลกดดันแรงซื้อเก็งกำไรในตลาดทองคำ

ได้ในทางกลับกันหากเกิดการปรับตัวลงแรงของตลาดสกุลเงินดิจิตอล อาจดึงดูดเม็ดเงินกลับมาเข้ามาในตลาดทองคำที่อยู่ในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยเช่นกัน

ขอบคุณแหล่งที่มา https://mgronline.com

จะรุ่งหรือแค่ฟองสบู่ จับตาบิทคอยน์ ปี 61

จะรุ่งหรือแค่ฟองสบู่

จะรุ่งหรือแค่ฟองสบู่ จับตาบิทคอยน์ ปี 61

ตลอดปี 2560 มูลค่าของ บิทคอยน์ ทะยานขึ้นถึง 20 เท่า แม้ในปีใหม่ 2561นักวิเคราะห์จะคาดการณ์ว่ากระแสร้อนแรงของ บิทคอยน์ จะทรุดต่ำลงแต่ถึงนาทีนี้ก็ยังไม่มีอะไรที่แน่นอน

ดร.ปรีชา และ ดร.ธิติ สุวรรณทัต สองพ่อลูกที่เป็น นักกฎหมาย การเงินการคลังและเป็นนักเศรษฐศาสตร์ ร่วมกันเขียนบทความเกี่ยวกับเรื่อง บิทคอยน์ และให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมกับ ล่าความจริง เอาไว้อย่างน่าสนใจ

สองนักวิชาการเริ่มต้นจากการอธิบายความเป็นมาของ บิทคอยน์ โดยบอกว่า บิทคอยน์ (Bitcoin) เป็นรูปแบบเงินตราในระบบใหม่ เป็นเงินตราแบบ ดิจิทัล (Digital Currency/Crypto CurrencyCryptography) กำเนิดขึ้นในปี 2552 เป็นเงินดิจิทัลสกุลแรก

โดยในระยะเริ่มแรก 1 บิทคอยน์มีมูลค่าเพียง 10 เซ็นต์ หรือประมาณ 3.2บาทเท่านั้น

แต่นับตั้งแต่ต้นปี 2560 ค่าของเงินบิทคอยน์ก็เริ่มทะยานพุ่งขึ้นเป็นประวัติการณ์ทุกๆ วัน โดยทำสถิติขึ้นไปสูงสุดที่ 19,891 ดอลลาร์สหรัฐต่อ 1 บิทคอยน์!!! เมื่อวันที่ 17 ธ.ค.2560 และตกลงไปกว่า 30% อยู่ที่ประมาณเกือบ 12,000 ดอลลาร์สหรัฐ แต่ภายในเวลาไม่ถึงอาทิตย์หลังจากนั้นก็ดีดตัวกลับขึ้นมาใหม่อยู่ที่ประมาณ 15,000ดอลลาร์สหรัฐ ในช่วงวันคริสต์มาสที่ผ่านมา

เงินสกุลดิจิทัลลักษณะนี้ไม่มีสินทรัพย์ประเภททองคำทุนสำรองธนบัตร ทุนสำรองระหว่างประเทศหรือเงินสกุลหลักประเภทดอลลาร์สหรัฐ เงินยูโรหรือเงินปอนด์มาหนุนหลังเลย

มูลค่าของเงินดิจิทัลอย่าง บิทคอยน์ อยู่ที่ความเชื่อมั่นในตัวมันล้วนๆเป็นความเชื่อมั่นในระหว่างกลุ่มผู้ใช้เงินสกุลดิจิทัลทั่วโลกไม่ได้ถูกควบคุมหรือกำกับดูแลโดยธนาคารกลางในแต่ละประเทศและก็ไม่ได้อยู่ในระเบียบของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือ IMF

มิ.ย.2557 นายเจอร์รี บราวน์ ผู้ว่าการรัฐแคลิฟอร์เนียร์ บาคาร่า  สหรัฐอเมริกาได้ลงนามในกฎหมายของมลรัฐแคลิฟอร์เนีย (CaliforniaAssembly Bill 129 หรือ AB- 129)อนุญาตให้ใช้เงินตราดิจิทัล เช่น เงินดิจิทัลบิทคอยน์แทนเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐได้อย่างถูกต้องตามกฎหมายในรัฐแคลิฟอร์เนียที่ถือได้ว่าเป็นมลรัฐแรกในสหรัฐที่มีกฎหมายรับรองเป็นทางการเช่นนี้

จะรุ่งหรือแค่ฟองสบู่ จับตาบิทคอยน์ ปี 61

 

นักวิชาการสองพ่อลูก ระบุว่า ความบ้าคลั่งและร้อนแรงของเงินบิทคอยน์ในช่วงเทศกาลเวลานี้ ทำให้เกิดกระแสวิจารณ์และหวาดหวั่นเรื่อง ฟองสบู่แตก ซึ่งหากย้อนอ่านหนังสือเรื่อง ManiasPanics and Crashes: A History of Finance Crisesของ Charles P.Kindleberger (1910-2003)

อดีตศาสตราจารย์แห่งภาควิชาเศรษฐศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ CPK จะพบว่าได้ศึกษาถึงที่มาและการก่อตัวของปัญหาอันนำไปสู่การเกิดเหตุการณ์ฟองสบู่ทางการเงิน (Financial Bubble)

ซึ่งหมายถึงสภาวการณ์ที่สินทรัพย์มีมูลค่าสูงเกินกว่าพื้นฐานความเป็นจริงของมัน ตั้งแต่ปี ค.ศ.1636 จนถึงปี 2000 รวมทั้งสิ้น 10 เหตุการณ์เช่น ฟองสบู่จากการเก็งกำไรในหัวดอกทิวลิปที่เนเธอร์แลนด์ ปี ค.ศ.1636ฟองสบู่จากการเก็งกำไรราคาหุ้นของบริษัท South Seaที่อังกฤษ ในปี ค.ศ.1720 ฟองสบู่ที่ตลาดหุ้นนิวยอร์ก ปีค.ศ.1927-1929

จนนำไปสู่การเกิดภาวะเศรษฐกิจตกต่ำทั่วโลกในทศวรรษ 1930 ฟองสบู่จากการเก็งกำไรในตลาดหุ้นและตลาดอสังหาริมทรัพย์ ที่ญี่ปุ่น ระหว่างปี 1985-1989ฟองสบู่จากการเก็งกำไรในตลาดหุ้นและตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่ไทย มาเลเซีย อินโดนีเซียและอีกหลายประเทศในเอเชีย ระหว่างปี 1992-1997 เหล่านี้เป็นต้น

สองนักวิชาการสรุปว่า ฉะนั้นวันนี้ บิทคอยน์ จะเป็น ฟองสบู่ หรือ เงินตรา ที่แท้จริงในอนาคตยังคงเป็นประเด็นถกเถียงในกลุ่มผู้ที่สนใจและเกี่ยวข้องในเรื่องเงินตราดิจิทัล แต่มีสุภาษิตของชาวดัตช์ต้นตำรับฟองสบู่ดอกทิวลิปที่เป็นรากเหง้าการเกิดฟองสบู่ครั้งแรกในประวัติศาสตร์

การเงินของโลก ให้ข้อคิดเป็นบทเรียนที่สำคัญไว้ว่า การเรียนรู้อดีตเพื่อเข้าใจปัจจุบันจะเป็นประโยชน์ต่อการเตรียมตัวสำหรับอนาคตที่ดียิ่ง

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.bangkokbiznews.com

บิทคอยน์คืออะไร เงินยุคดิจิทัล โลกออนไลน์…โอกาสหรือความเสี่ยง

บิทคอยน์คืออะไร เงินยุคดิจิทัล โลกออนไลน์…โอกาสหรือความเสี่ยง

บิทคอยน์ (Bitcoin) คืออะไร มีที่มาที่ไปอย่างไร ใครเป็นผู้คิดค้น เล่นบิทคอยน์รวยจริงหรือ ทำไมถึงมีความสำคัญกับระบบการเงินโลก เรามาเริ่มทำความรู้จักไปพร้อม ๆ กัน

บิทคอยน์

เป็นเรื่องที่กระแสความสนใจมาแรงมากในขณะนี้กับ สกุลเงิน รูปแบบใหม่ที่เรียกว่า บิทคอยน์ (Bitcoin) หลังจากมีการพูดถึงกันเป็นวงกว้างว่า บิทคอยน์อาจจะเปลี่ยนระบบการเงินของโลกไปอย่างสิ้นเชิง ซึ่งต้องบอกก่อนว่าบิทคอยน์ไม่ใช่เรื่องใหม่เลย เพราะถูกคิดค้นมาตั้งแต่ปี 2552 หรือกว่า 9 ปีมาแล้ว

โดยบิทคอยน์เริ่มมาเป็นกระแสในเมืองไทย เนื่องจากมีกลุ่มแฮกเกอร์ได้ปล่อยไวรัสเรียกค่าไถ่ “WannaCry” ซึ่งได้เรียกเก็บเงินกับผู้ที่ติดไวรัสเป็นสกุลเงินบิทคอยน์ ทำให้สกุลเงินนี้เป็นที่พูดถึงกันอย่างมาก จนมีมูลค่าพุ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน เมื่อเดือนธันวาคม 2560 แม้ว่าหลังจากนั้นไม่นาน ราคาบิทคอยน์จะ

ค่อย ๆ ร่วงลงและมีความผันผวนเป็นอย่างมาก จนเริ่มเกิดกระแสความกังวลเป็นวงกว้างถึงภาวะฟองสบู่แตกในตลาด

บิทคอยน์

หลายคนคงเริ่มสงสัยแล้วว่าบิทคอยน์คืออะไร มาจากไหน ใครเป็นผู้คิดค้น บาคาร่า  และมีความสำคัญยังไง วันนี้กระปุกดอทคอม มีคำตอบมาฝากกันครับ

บิทคอยน์ (Bitcoin)

บิทคอยน์ (Bitcoin) คืออะไร

บิทคอยน์ (Bitcoin) คือ สกุลเงินสมมติที่ถูกสร้างขึ้นในรูปแบบดิจิทัล เพื่อเป็นตัวกลางในการแลกเปลี่ยนสินค้าและบริการ โดยไม่ขึ้นกับสกุลเงินใด ๆ ไม่มีรูปร่างและไม่สามารถจับต้องได้เหมือนธนบัตรหรือเหรียญทั่วไป โดยบิทคอยน์มีหน่วยเงินตราเป็น BTC เหมือน ๆ กับสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ ที่ใช้หน่วยเงินตราเป็น USD สกุลเงินเยนของญี่ปุ่นที่ใช้ JPY หรือสกุลเงินบาทไทยที่ใช้เป็น THB นั่นเอง ซึ่งบิทคอยน์ถูกสร้างขึ้นตั้งแต่ปี 2552 และเริ่มถูกนำไปใช้แลกเปลี่ยนซื้อ-ขายสินค้ากันจริง ๆ ในโลกออนไลน์ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

ทั้งนี้ บิทคอยน์ถือว่าเป็นเงินตราอิเล็กทรอนิกส์ (Cryptocurrency) สกุลหนึ่งเท่านั้น แต่ยังมีสกลุเงินอื่น ๆ อีกมากมายที่ถูกคิดค้นขึ้นมา อาทิ สกุลเงิน Ethereum ที่ใช้ตัวย่อว่า ETH, สกุลเงิน Ripple ที่ใช้ตัวย่อว่า XRP และสกุลเงิน Litecoin ที่ใช้ตัวย่อว่า LTC แต่อย่างไรก็ตามปัจจุบันบิทคอยน์ยังคงเป็นสกุลเงินดิจิทัลที่ได้รับความนิยมสูงสุด

บิทคอยน์ (Bitcoin)

บิทคอยน์ (Bitcoin) เกิดขึ้นมาได้อย่างไร

บิทคอยน์เกิดจากแนวคิดที่ว่ามีคนต้องการระบบเงินใหม่ที่ไม่ถูกตรวจสอบขึ้นมา จากเดิมที่มีระบบธนาคารกลางเป็นผู้ดูแล และมีหน้าที่กำหนดมาตรฐาน รวมถึงมูลค่าของเงิน ทำให้ธุรกรรมทางการเงินทุกอย่างที่เกิดขึ้นอยู่ในสายตาของธนาคารกลางนั้นเอง แต่กระบวนการเหล่านี้อาจจะไม่ค่อยถูกใจบรรดาธุรกิจใต้ดิน เพราะต้องระบุตัวตน เวลาโอนเงินก็ต้องผ่านตัวกลาง ทำให้ถูกตรวจสอบได้ง่าย

ดังนั้น จึงมีหลาย ๆ คนพยามจะสร้างสกุลเงินใหม่ที่ไม่ผ่านระบบธนาคารกลาง และเป็นที่ยอมรับใช้กันอย่างแพร่หลาย โดยมีโปรแกรมเมอร์ชาวญี่ปุ่นคนหนึ่งที่ใช้นามแฝงว่า ซาโตชิ นากาโมโต้ ได้สร้างระบบที่เรียกว่า Blockchain ออกมา ซึ่งเป็นระบบเพื่อป้องกันการเกิดภาวะเงินเฟ้อและเสื่อมค่าลงอย่างรวดเร็วของสกุลเงินดิจิทัล จากการปั๊มเงินออกมาเรื่อย ๆ ได้ตามใจชอบ โดยนำระบบการทำงานของอัลกอริทึมมาใช้ แล้วกำหนดปริมาณเงินในระบบไว้ไม่ให้เกิน 21 ล้านหน่วย ทำให้บิทคอยน์เริ่มเป็นที่นิยมมากขึ้น เนื่องจากมีระบบป้องกันเงินเฟ้อนั่นเอง

บิทคอยน์ (Bitcoin)

บิทคอยน์ (Bitcoin) ขุดยังไง เล่นแล้ว รวยจริงหรือ

หลังจากที่บิทคอยน์เริ่มได้รับความนิยมมากขึ้น จึงมีหลายคนเริ่มเห็นโอกาสในการทำกำไร ซึ่งก็มีคนที่ประสบความสำเร็จ ร่ำรวยกับบิทคอยน์ไปไม่น้อยเลยทีเดียว โดยการลงทุนในบิทคอยน์นั้น สามารถแบ่งได้เป็น 2 วิธีหลัก ๆ ดังนี้

1. การขุด (Mining)

อย่างที่บอกไปข้างต้น คือ บิทคอยน์ถูกดูแลภายใต้ระบบ Blockchain ที่ทำงานโดยอัลกอริทึม “การขุดคอยน์” อธิบายง่าย ๆ ก็คล้าย ๆ กับการที่เราเข้าไปขุดทองในเหมือง แต่แค่เปลี่ยนรูปแบบมาทำในระบบคอมพิวเตอร์แทน โดยจะต้องนำคอมพิวเตอร์ของเราไปเป็นเซิร์ฟเวอร์ให้ระบบบิทคอยน์ใช้ในการเก็บธุรกรรมต่าง ๆ จึงจะได้รับค่าตอบแทนคือเงินบิทคอยน์ แต่การจะได้ค่าตอบแทนนั้นจะต้องแก้ไขสมการทางคณิตศาสตร์ให้ได้ ซึ่งต้องแข่งกับคนอื่น ถ้าทำสำเร็จเราก็จะเป็นเจ้าของบิทคอยน์ที่เกิดขึ้นมาใหม่จากการขุดนั่นเอง

สำหรับความยากง่ายของการขุด ขึ้นอยู่กับจำนวนบิทคอยน์ที่เหลืออยู่ในระบบที่ถูกกำหนดสูงสุดไว้ที่ 21 ล้านหน่วย เพราะฉะนั้นยิ่งจำนวนบิทคอยน์เหลือน้อย การแก้สมการก็ยิ่งยากมากขึ้น รวมถึงความแรงของการประมวลผลคอมพิวเตอร์เราด้วยที่ต้องมากขึ้นตามความยากของการขุด ทำให้เราเห็นข่าวเรื่องที่คนหันมาซื้อการ์ดจอแรง ๆ เพื่อมาแข่งกันขุดบิทคอยน์นั่นเอง

คอมพิวเตอร์ของใครแรงกว่าก็จะมีโอกาสแก้สมการได้เร็วกว่า ส่วนจำนวนเงินที่ได้จากการขุดถูกกำหนดไว้ชัดเจน ซึ่งช่วงแรกจะได้ครั้งละ 50 BTC โดยจำนวนเงินที่ได้จะค่อย ๆ ลดลงทุก 4 ปี ทำให้ตอนนี้เหลือแค่ครั้งละ 25 BTC เท่านั้น

ขณะที่ปัจจุบันจำนวนบิทคอยน์ที่เหลืออยู่ในระบบมีไม่ถึง 5 ล้าน BTC แล้ว แต่จำนวนคนที่เข้ามาขุดกลับเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ดังนั้น โอกาสรวยจากการขุดหาบิทคอยน์จึงยากมากขึ้น เนื่องจากต้องลงทุนซื้อการ์ดจอราคาแพง

– ขุดบิทคอยน์ (Bitcoin) ทำยังไง ทำไมคนทั่วโลกสนใจเป็นชาวเหมือง

บิทคอยน์คืออะไร เงินยุคดิจิทัล โลกออนไลน์…โอกาสหรือความเสี่ยง

บิทคอยน์ (Bitcoin)

2. เทรดด้วยสกุลเงินอื่น

หากใครที่ไม่มีคอมพิวเตอร์แรง ๆ ไปขุดบิทคอยน์ เราสามารถนำเงินสกุลอื่น ๆ ที่ได้รับการยอมรับไปแลกเพื่อเก็งกำไรมูลค่าของบิทคอยน์ได้จากนักขุด โดยมีร้านรับแลกแบบออนไลน์เกิดขึ้นมากมาย ที่ทำหน้าที่เสมือนธนาคาร ซึ่งอัตราแลกเปลี่ยนจะขึ้นกับกลไกลการตลาดกำหนด คือ ช่วงเวลาไหนที่ได้รับความนิยมสูง มูลค่าของบิทคอยน์ก็จะสูงขึ้นตาม

1 บิทคอยน์ เท่ากับกี่บาท

มูลค่าของบิทคอยน์เปลี่ยนแปลงตลอดเวลาเหมือนสกุลเงินอื่น ๆ ตามกลไกตลาด หรือที่เราเรียกว่าหลัก Demand Supply คือช่วงไหนที่ความต้องการบิทคอยน์ มีมากกว่าปริมาณบิทคอยน์ที่มีในระบบ ก็จะส่งผลให้มูลค่าบิทคอยน์เพิ่มขึ้น เช่น ในช่วงที่มัลแวร์เรียกค่าไถ่ด้วยเงินบิทคอยน์ กลับกันหากบิทคอยน์ในระบบมีมากเกินความต้องก็จะทำให้มูลค่าลดลง

โดยเมื่อช่วงเดือนธันวาคม 2560 บิทคอยน์ได้สร้างสถิติสูงสุดใหม่ คือ มีมูลค่าทะลุไปถึง 18,900 USD ต่อ 1 BTC หรือกว่า 600,000 บาทเลยทีเดียว จากการเข้ามาเก็งกำไรของนักลงทุน แม้จะมีกระแสคำเตือนต่าง ๆ จากนักวิเคราะห์ว่าอาจเกิด ภาวะฟองสบู่ กับตลาดบิทคอยน์ ทั้งนี้ ปัจจุบัน (ณ เดือนสิงหาคม 2561) 1 BTC มีค่าเท่ากับ 6,466 USD หรือคิดเป็นเงินประมาณ 207,000 บาท ซึ่งเป็นการลดลงอย่างต่อเนื่องจากช่วงปลายปี 2560

ขณะที่อัตราแลกเปลี่ยนแรกของบิทคอยน์ ถูกกำหนดขึ้นในเดือนตุลาคม 2552 ไว้ที่ 1 BTC เท่ากับ 0.000764 USD กระทั่งในเดือนพฤศจิกายน 2553 บิทคอยน์สามารถเพิ่มมูลค่าอย่างรวดเร็วเป็น 1 BTC เท่ากับ 0.50 USD และค่อย ๆ มีมูลค่าขึ้นเป็นหลักหมื่นหลักพันเหรียญสหรัฐเหมือนในปัจจุบัน

บิทคอยน์
ภาพจาก bitcoin.com

อย่างไรก็ดี บิทคอยน์ ถือเป็นสกุลเงินที่มีความผันผวนเป็นอย่างมาก โดยเฉลี่ยแล้วในหนึ่งวันมูลค่าของบิทคอยน์จะเปลี่ยนแปลงประมาณ 5% ซึ่งนับว่าสูงมากเมื่อเทียบกับเงินสกุลปกติหรือการลงทุนในหุ้นที่เฉลี่ยต่อวันจะเปลี่ยนแปลงไม่ถึง 1% ด้วยซ้ำ เพราะฉะนั้น ผู้ที่สนใจเข้ามาลงทุนหรือเก็งกำไร ควรจะต้องศึกษาข้อมูลและหาความรู้เพิ่มเติมอย่างละเอียด ไม่เช่นนั้นอาจจะหมดตัวได้ง่าย ๆ

บิทคอยน์ (Bitcoin) ผิดกฎหมายไหม เป็นที่ยอมรับหรือยัง

ด้วยความนิยมที่สูงขึ้นของสกุลเงินดิจิทัลในประเทศไทย ทำให้เมื่อเดือนมิถุนายน 2561 สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ก็ได้ออกมาให้ความชัดเจนแล้วว่า สามารถซื้อ-ขายแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ดิจิทัลในไทยได้อย่างถูกกฎหมาย ภายใต้พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) การประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล พ.ศ. 2561 โดยต้องผ่าน 7 สกุลเงินดิจิทัลที่กำหนดเท่านั้น ซึ่งบิทคอยน์เองก็เป็นหนึ่งในนั้น

รู้จัก 7 สกุลเงินดิจิทัลที่ ก.ล.ต. อนุญาตให้ซื้อ-ขายได้

อย่างไรก็ตาม ธนาคาร สถาบันการเงินต่าง ๆ ที่ต้องการระดมทุนและให้บริการแลกเปลี่ยนบิทคอยน์ จะต้องยื่นขออนุญาตจากทาง ก.ล.ต. ก่อน ซึ่งก็มีหลายบริษัทให้ความสนใจ แต่ขณะนี้ก็ยังไม่มีรายใดที่ได้รับการอนุมัติจาก ก.ล.ต. ทำให้ยังไม่สามารถเปิดซื้อ-ขายแบบถูกกฎหมายได้

จะมีก็แต่การเข้าไปศึกษาเพื่อนำเทคโนโลยี Blockchain มาใช้เพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการทางการเงินเท่านั้น เช่น ธนาคารไทยพาณิชย์และธนาคารกรุงศรีอยุธยา ที่ร่วมกับบริษัทในประเทศญี่ปุ่น นำเทคโนโลยี Blockchain มาให้บริการโอนเงินข้ามประเทศสำหรับภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม

ขณะเดียวกันปัจจุบันมีหลายประเทศที่ยอมรับบิทคอยน์อย่างถูกกฎหมาย อาทิ ประเทศในทวีปยุโรป สหรัฐอเมริกา แคนาดา และญี่ปุ่น เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีผู้ประกอบการหลายรายที่ยอมรับการชำระสินค้าเป็นเงินสกุลบิทคอยน์ เช่น Dell, Expedia, Greenpeace และ Wikipedia

บิทคอยน์ (Bitcoin)

บิทคอยน์ (Bitcoin) โอกาสหรือความเสี่ยง

สำหรับการใช้บิทคอยน์ หรือสกุลเงินดิจิทัลอื่น ๆ เพื่อใช้จ่ายซื้อสินค้าและบริการนำมาซึ่งความสะดวกในหลายด้าน เนื่องจากไม่จำเป็นต้องพกเงินสด อยากโอนให้ใครบนโลกนี้ก็ทำได้ง่าย ๆ ไม่ต่างจากการส่งอีเมล และนับวันสกุลเงินดิจิทัลก็ค่อย ๆ เริ่มเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของเรามากขึ้น

แต่ความเสี่ยงของเงินสกุลนี้ก็ยังมีอยู่มากเช่นกัน ได้แก่ ค่าเงินที่มีความผันผวนสูง เป็นช่องทางการฟอกเงินอีกหนึ่งรูปแบบ รวมทั้งยังเป็นช่องทางให้เกิดการโจรกรรมทางอินเทอร์เน็ต เพราะไม่มีการระบุข้อมูลของผู้ใช้ การจับตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษจึงทำได้ยากนั่นเอง

ขณะเดียวกันยังมีความเสี่ยงด้านความปลอดภัย จากการที่บิทคอยน์ไม่มีตัวตนจริง จึงมีโอกาสสูญหายได้หากถูกโจมตีจากไวรัสที่ต้องการเข้ามาป่วนระบบ รวมถึงการที่ธนาคารกลางของประเทศหลายประเทศยังไม่สามารถควบคุมปริมาณเงินในระบบให้มีเสถียรภาพได้ด้วย

ต้องบอกว่าปัจจุบันบิทคอยน์ไม่ใช่เรื่องไกลตัวของเราอีกต่อไปแล้ว เนื่องจากชีวิตประจำวันของทุกคนต้องข้องเกี่ยวกับระบบอินเทอร์เน็ตแน่นอน และบิทคอยน์คงจะมีบทบาทมากขึ้นเรื่อย ๆ กับระบบการเงินของโลกในอนาคต ซึ่งการเรียนรู้ทำความเข้าใจเรื่องนี้เอาไว้ก็ไม่เสียหาย เพราะใครจะไปรู้อนาคตข้างหน้า “บิทคอยน์” อาจกลายเป็นสกุลเงินหลักที่ใช้กันอย่างแพร่หลายก็ได้

ขอบคุณแหล่งที่มา https://money.kapook.com…

มะนาวภรณี สาวนักวิ่งที่กลายเป็นคุณแม่หุ่นสุดแซ่บ ลูกหนึ่งหุ่นยังเป๊ะ!

มะนาวภรณี

มะนาวภรณี ศรีธัญ นักวิ่งสาวหุ่นสุดเพอร์เฟคต์ ที่แม้ในปัจจุบันเธอจะแปรเปลี่ยนสถานะมาเป็นคุณแม่ของ “น้องโบชิ” ลูกชายสุดน่ารัก แต่เธอก็ยังคงดูแลรักษารูปร่างและสุขภาพของเธอเหมือนเดิม

สาวสวยวัย 30 ปี กลายเป็นไอดอลของคุณแม่มือใหม่หลายคน เพราะเธอเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ แถมยังขยันออกกำลังกาย โดยเคยให้สัมภาษณ์กับ ไทยเฮลท์ ในคอลัมน์คนดังสุขภาพดีของ สสส. ว่าเธอดูแลตัวเองตั้งแต่ตอนท้อง กินโปรตีนจากไข่, นม และเนื้อสัตว์ รวมถึงออกกำลังกายไปด้วยโดยมีแพทย์คอยให้คำปรึกษา

นอกจากนี้หลังคลอด 30 วัน เธอก็เริ่มออกกำลังกายทันที เพราะมีโปรแกรมที่ต้องเข้าร่วมแข่งขันไตรกีฬาเมื่อต้นปีที่ผ่านมา ซึ่งท้ายสุดเธอสามารถพิชิต ไตรกีฬานานาชาติ ณ สิงห์ ปาร์ค จังหวัดเชียงราย ลงได้สำเร็จ

“คนเรามี 24 ชม. เท่ากัน อยู่ที่ว่าเราเลือกจะทำมันหรือเปล่า ซึ่งเราถือว่าเป็นคนโชคดีที่สามี และครอบครัว สนับสนุนในสิ่งที่ทำ และอยากจะทำ ยิ่งเราทำอะไรเยอะๆ ก็ยิ่งมีพลังในการทำสิ่งต่างๆ เราทำทั้งงานถ่ายแบบ โฆษณา ธุรกิจส่วนตัว เลี้ยงลูก ออกกำลังกาย ดูแลสามี ครอบครัว ทำงานบ้าน ฯลฯ เพราะยิ่งเราโตขึ้น บทบาทและความรับผิดชอบก็มากขึ้น ทั้งหมดอยู่ที่การบริหารเวลา” นั่นคือคำกล่าวของ สาวสวยวัย 30 ปี ที่กลายเป็นคุณแม่ที่สมบูรณ์แบบจริงๆ  บาคาร่า

น้องเวย์ลูกหมา ของ เวียร์ ศุกลวัฒน์ นาทีนี้ฮอตมาก แนะนำให้ เบลล่า รู้จักแล้วด้วย

น้องเวย์ลูกหมา

น้องเวย์ลูกหมา ของ เวียร์ ศุกลวัฒน์ นาทีนี้ฮอตมาก แนะนำให้ เบลล่า รู้จักแล้วด้วย

ฮอตไม่แพ้เจ้าของเลยทีเดียว สำหรับ น้องเวย์ ลูกหมาหน้าทะเล้น ที่มีเจ้าของเป็นถึงพระเอกซุปตาร์

เวียร์-ศุกลวัฒน์ คณารศ จนบรรดาแฟนคลับพากันกรี๊ดกร๊าด ให้กับความซนและความน่ารักกันทั้งโลกโซเชียล

ซึ่งล่าสุดเจ้าของน้องหมาสุดหล่ออย่างหนุ่มเวียร์ ก็ได้ออกมาเผยถึงความฮอตของน้องเวย์ให้เราฟังว่า ตอนนี้ทั้งเหนื่อยและก็สนุกมากที่มีน้องเวย์เป็นสมาชิกใหม่ภายในบ้าน น้องเวย์ลูกหมา แต่ก็พยายามที่จะไม่ทำตัวติดกัน เพราะไม่อยากต้องใช้สถานะเป็นทาสให้กับสัตว์เลี้ยง ก่อนออกปากได้มีโอกาสพาน้องเวย์ไปแนะนำให้นางเอกคนสนิท เบลล่า-ราณี แคมเปน ได้ทักทายทำความรู้จักเป็นที่เรียบร้อยแล้วด้วย บาคาร่า

ตอนนี้ในอินสตาแกรมก็มีความคึกคักเรื่อง น้องเวย์ น้องหมาของเรา ?
“ก็เหนื่อยครับ (หัวเราะ) ไม่รู้ว่าตัดสินใจถูกหรือเปล่า แต่ไม่หรอก ผมรู้ว่าหมาเด็กมันก็ซน มันก็เหมือนมีพลังงานอยู่รอบตัวเราทำให้เราไม่เบื่อดี ต้องดูแลอีกชีวิตหนึ่ง จริงๆ อยากเลี้ยงนานแล้วนะ แต่เมื่อก่อนอยู่อาจจะคอนโดหรือว่าพื้นที่อาจจะไม่ค่อยอำนวย เรายังไม่มั่นใจหรือไม่รู้จักคนที่สนิทที่จะดูแลให้เราได้ แต่ตอนนี้เรามีพี่สาวที่เป็นญาติกันย้ายมาอยู่ตรงข้ามหมู่บ้าน ช่วยๆ กันดู สรุปเวย์ก็มีสองบ้าน บ้านผมกับบ้านพี่สาว”

ได้ข่าวว่าเป็นขวัญใจคนในกองถ่าย ?
“ใช่ครับ คือผมก็ไม่อยากทิ้งเขาไว้ที่บ้าน เลยเอาไปกองถ่ายด้วย ก็สงสารครับมันยังเด็กอยู่ด้วย กลัวมันเหงา บางทีพี่สาวก็ไม่ว่าง”

เลี้ยงแล้วติดเลยไหม เพราะหลายคนพอเลี้ยงสัตว์แล้วจะติดมากๆ ?
“ก็ไม่เชิงครับ ผมว่าเราต้องอย่าเยอะเกินไป เดี๋ยวกลายเป็นว่าเราเป็นทาส เราก็ทำอะไรไม่ได้ พยายามวางแผนว่าถ้าเราว่างเราก็อยู่ ถ้าไม่ว่างก็ไปฝากคนที่เราไว้ใจ”

ได้ไปฝากเบลล่าบ้างไหม ?
“เอ่อ… น้องเวย์ลูกหมา ด้วยความที่บ้านน้องค่อนข้างมีหมาและแมวเยอะ หมาของผมมันเด็กและไม่ค่อยรู้ประสีประสา มันอาจจะอันตรายไปหน่อย”

เบลล่าก็ได้เล่นกับน้องเวย์บ้างหรือยัง ?
“ได้เจอครั้งหนึ่งครับ แต่ส่วนใหญ่ผมก็จะส่งวิดีโอไปให้ดู ว่าจริงๆ แล้วหมามันซนขนาดนี้เลยหรือเปล่า”

เบลล่าให้แนะนำยังไงบ้างเพราะบ้านเขาก็เลี้ยงเยอะ ?
“ก็ไม่นะครับ คือเขาก็บอกว่าผมเคยเลี้ยงอยู่แล้วผมน่าจะรู้ แต่มันก็เหนื่อยนะ เพราะเราไม่ได้เลี้ยงนานแล้วไง เราก็ลืมโมเมนต์ตอนที่เลี้ยงไปแล้วว่ามันเหนื่อยแค่ไหน (ยิ้ม)”

เวลาถ่ายรูปน้องเวย์แฟนคลับก็กรี๊ดกร๊าด จนกลายเป็นแฟนคลับน้องเวย์ไปแล้ว ?
“มันโตขึ้น มันก็หน้าตาดีขึ้นนะ มันเริ่มรู้เรื่อง ถามว่าจะทำเป็นเพจจริงจังไหมก็คงไม่ ให้มันอยู่เป็นสัตว์ปกติของมันดีกว่า”…

เต้ยลูกบุญธรรม ศิริพร เปิดใจในวันที่แม่เจอดราม่า อยากให้ครอบครัวเหมือนเดิม

เต้ยลูกบุญธรรม

เต้ยลูกบุญธรรม ศิริพร เปิดใจในวันที่แม่เจอดราม่า อยากให้ครอบครัวเหมือนเดิม

ออกมาเปิดใจเป็นครั้งแรกสำหรับ เต้ย-วุฒิพงษ์ คูณอาษา ลูกชายบุญธรรมของศิลปินลูกทุ่งรุ่นใหญ่ ศิริพร อำไพพงษ์ ที่ก่อนหน้านี้เคยมีประเด็นดราม่าภายในครอบครัว จนกลายเป็นข่าวฉาวสะเทือนวงการที่ใครหลายคนให้ความสนใจ

ซึ่งการออกมาให้สัมภาษณ์ของ เต้ย วุฒิพงษ์ กับทีมข่าวบันเทิง Sanook! News ในครั้งนี้ เจ้าตัวได้เผยถึงสภาพจิตใจล่าสุดของคุณแม่ศิริพรให้เราฟังว่า ตอนนี้หลายๆ อย่างเป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น อีกทั้งคุณแม่เองก็เพิ่งจะถูกรางวัลล็อตเตอรี่เลขท้าย 2 ตัว จำนวน 100 ใบ จึงทำให้ค่อนข้างแฮปปี้เป็นพิเศษ

ส่วนทางด้านสถานะการณ์ภายในบ้านที่เกิดขึ้น ณ เวลานี้ จะมีบทสรุปไปทิศทางไหนตนคงไม่สามารถให้คำตอบได้ เพราะในฐานะที่เป็นทั้งลูกและเป็นคนกลาง ก็อยากให้กำลังใจทั้งสองฝ่ายมากกว่า เนื่องจากว่าตนก็อยากจะเห็นภาพครอบครัวกลับมามีความสุขอีกครั้งเช่นกัน

เต้ยลูกบุญธรรม ศิริพร เปิดใจในวันที่แม่เจอดราม่า อยากให้ครอบครัวเหมือนเดิม

สภาพจิตใจคุณแม่เป็นอย่างไรบ้าง ?

“ล่าสุดที่โทรไปหาคุณแม่ ท่านก็บอกว่าโอเคขึ้นแล้ว ทุกอย่างผ่านพ้นไปแล้ว ตอนนี้คุณแม่ก็นับหนึ่งใหม่ แล้วตอนนี้ล่าสุดถูกล็อตเตอรี่ 100 ใบ ดูแฮปปี้ขึ้นเยอะเลยครับ 2 ตัวท้าย 86”

แม่บอกไหมว่าได้เลขมาจากไหน ? บาคาร่า

“คือคุณแม่จะมีตัวเลขมาเยอะมาก ผมไม่เคยถูกเลย ผมซื้อตาม ผมตามไม่ทัน ทุกอย่างมันเป็นดวงของแต่ละคนครับ ตอนนี้คือด้วยความที่คุณแม่เขาเป็นคนจิตใจดี พอเจอเรื่องอะไรร้ายๆ มา ผมว่าท่านผ่านไปได้ด้วยตัวเอง ล่าสุดที่โทรคุยกันท่านก็บอกว่าทุกอย่างมันผ่านไปแล้ว ตอนนี้แม่สบายดี อยู่ที่อุดรครับ”

ตอนที่มีข่าวออกมาว่าลูกบุญธรรมของคุณแม่แอบมีสัมพันธ์เชิงชู้สาวกับคุณพ่อ เราตกใจขนาดไหน ?

“ส่วนตัวของผมเองก็ตกใจนะ ไม่คิดว่าจะมีข่าวมาในทางด้านนี้ ก็วันนั้นผมอยู่ต่างจังหวัด ผมกลับบ้าน ก็รู้ข่าวพร้อมๆ กับทุกคนเลยครับ”

เราสนิทกับลูกบุญธรรมที่เป็นข่าวขนาดไหน ?

“ก็รู้จักครับ พี่เขาเป็นลูกบุญธรรมก่อนเรา แต่ตัวผมเองจะไม่ได้ใช้ชีวิตกับที่บ้านคุณแม่ครับ ผมเข้ามาทำงานในกรุงเทพ ก็ไปเจอบ้างตามงานบุญ เจอกันที่บ้านครับ แต่ไม่ได้ไปใช้ชีวิตอยู่ในบ้านด้วย”

เรารู้จักทั้งลูกบุญธรรมคนนั้น รวมถึงคุณพ่อด้วยใช่ไหม ?

“รู้จักครับ เราก็เรียกพ่อด้วย”

ตั้งแต่เป็นข่าวได้คุยกับลูกบุญธรรมคนนั้นหรือกับพ่อบ้างไหม ?

“ผมก็คุยด้วยปกติ เพราะว่าทางคุณพ่อเราก็เคารพนับถือ ทางคุณแม่เราก็เคารพนับถือเหมือนกัน เราก็คุยด้วยตามปกติ แต่ในพาร์ทของเรื่องส่วนตัว เราไม่ไปก้าวก่าย เราจะไม่เข้าไปสอบถามรายละเอียดว่าเป็นยังไง เราก็ให้กำลังใจทั้งสองฝ่ายครับ”

เรายอมรับว่าเราก็ตกใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นใช่ไหม ?

“ไม่คิดว่าจะมีเรื่องนี้เกิดขึ้นครับ ไม่คิดว่าจะมีข่าวแบบนี้ ไม่คิดว่าเรื่องราวจะเป็นมาแบบนี้ครับ ก็รู้สึกตกใจเหมือนกันครับ”

เราตามหาความจริงไหมว่าเรื่องราวมันเป็นตามข่าวไหม ?

“ส่วนตัวผมเองไม่ได้ถามเลยนะ ขนาดโทรคุยกับแม่ครั้งล่าสุด ก็ไม่ได้ถามว่าความจริงเป็นยังไง รายละเอียดเป็นยังไงอะไรแบบนี้ครับ เราก็แค่ให้กำลังใจครับ เพราะว่าบางครั้งในพาร์ทของเรื่องส่วนตัว เราไม่สามารถที่จะไปสรุปได้ ว่าใครผิดใครถูกครับ เราก็ให้กำลังใจดีกว่า”

แล้วได้โทรไปให้กำลังใจฝั่งคุณพ่อไหม ?

“ก็เหมือนกันครับ ก็ให้กำลังใจ เพราะเราก็เคารพทั้งสองคนนะครับ กับคุณพ่อก็เจอกัน ก็พูดคุยกันปกติ”…

บรู๊คลิน “ลูกชายเบ็คแฮม” ไม่ได้ทำแฟนสาวท้อง โกหกทั้งเพ! สื่อเจ้าดังเผย

บรู๊คลิน

บรู๊คลิน ลูกชายคนโตของ เดวิด เบ็คแฮม และ วิคตอเรีย ตกเป็นข่าวดังว่าได้ไปทำ ฮาน่า ครอสส์ แฟนสาวท้องโต สร้างความไม่พอใจให้กับผู้เป็นพ่อแม่อย่างมากจนเป็นเหตุให้ครอบครัวตัดสัมพันธ์เจ้าตัว

โดยการกระทำของลูกชายสุดหล่อเกิดจากความตั้งใจที่จะให้นางแบบสาวมีลูกกับเจ้าตัว เพื่อลดการกีดกันของพ่อแม่ที่ไม่อยากให้ความสัมพันธ์ของทั้งคู่นั้นเร็วเกินไป หลังเริ่มคบหากันเมื่อปลายปีที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตามล่าสุด กอสซิป ค็อป สื่อซุบซิบในต่างแดน ตีแผ่ความจริงเกี่ยวกับเรื่องราวทั้งหมดว่าไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด เรื่องทุกอย่างถูกสร้างขึ้นมาเพื่อต้องการขายข่าวเท่านั้น ความจริงแล้ว อดีตดาวเตะปีศาจแดง มีความใกล้ชิดกับลูกชายของเขาเหมือนเดิม และบรู๊คลินก็ไม่ได้กำลังจะเป็นพ่อคนแต่อย่างใด

เมื่อไม่นานมานี้ บรู๊คลิน ได้โพสต์ภาพของตัวเองสมัยยังเด็กกับคุณพ่อ เพื่อเป็นการอวยพรวันเกิดให้กับ เดวิด เบ็คแฮม ว่า “สุขสันต์วันพ่อ รักพ่อมากๆ คุณเป็นคนดีที่สุดและอยู่เคียงข้างผมเสมอ” ขณะที่ในวันเกิด วิคตอเรีย เบ็คแฮม เจ้าตัวก็เขียนข้อความถึงแม่ว่า “ฉันรักคุณมาก! คุณเป็นแม่ที่ดีที่สุด และเป็นผู้หญิงที่น่าทึ่งมาก”

สำหรับครอบครัวเบ็คแฮม เตรียมที่จะฉลองครบรอบแต่งงาน 20 ปีในวันที่ 4 กรกฎาคมนี้ ซึ่งสื่อหลายสำนักพยายามหาข่าวมาเชื่อมโยงต่างๆ นานา เพื่อขายข่าว ถึงขั้นที่มีกระแสว่า เบ็คแฮม และศรีภรรยา ขอให้ลูกชายของพวกเขาเลิกกับ ครอสส์ แต่กลายเป็นว่าทั้งสองคนยิ่งรักกันมากขึ้น  บาคาร่า

ชินแจอึน ซูเปอร์โมเดลสายสปอร์ตหุ่นสุดอลังการแดนโสม งดงามดั่งภาพวาด!

ชินแจอึน

ชินแจอึน ซูเปอร์โมเดลสาวชาวเกาหลีใต้ ที่วงการนางแบบแดนโสมยกให้เธอมีใบหน้าและรูปร่างสุดเพอร์เฟกต์ ราวกับถูกปั้นขึ้นมาเลยทีเดียว

สำหรับ ชิน แจอึน เธอเกิดเมื่อวันที่ 22 ก.ค. 1996 ปัจจุบันอายุย่างเข้า 23 ปี แม้อายุยังน้อย แต่เธอมีผลงานในวงการบันเทิงสายนางแบบมาอย่างโชกโชน และยังมีบทบาทในด้าน esports หรือเกมออนไลน์ของเกาหลีใต้ด้วย

โดยแจอึนเซ็นสัญญาเป็นพรีเซนเตอร์ให้กับเกมดังอย่าง Sudden Attack และมีช่องทางสื่อสารกับแฟนคลับทาง Twitch และ Youtube ซึ่งตอนนี้อินตาแกรมส่วนตัว zennyrt มีผู้ติดตามมากถึง 9.2 แสนคนเลยทีเดียว

ด้วยหน้าตาที่สวยหวานสไตล์สาวเกาหลี มาพร้อมกับรูปร่างที่โค้งเว้าสมบูรณ์แบบ ทำให้เธอขึ้นปกนิตยสารเซ็กซี่มาแล้วมากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Maxim Korea ที่ขายหมดเกลี้ยงแผงทุกครั้งที่เธอถูกทาบให้ปรากฏตัว

ส่วนเคล็ดลับการรักษารูปร่างให้เป๊ะทรมานใจชายแบบนี้ แจอึนเผยว่าเธอมักจะหาเวลาเข้าฟิตเนสบ้าง แต่หลักๆคือทานอาหารที่มีประโยชน์และพักผ่อนให้เพียงพอ ส่วนกีฬาที่เธอถนัด ได้แก่ ว่ายน้ำและเซิร์ฟบอร์ด ซึ่งเธอจะเล่นบ้างเมื่อมีโอกาส

ลองไปดูกันครับว่าระดับตัวแม่ที่สื่อเกาหลีใต้ยกให้อยู่ในกลุ่ม “ยืนหนึ่ง” นั้นแจ่มขนาดไหน!  บาคาร่า